
เมื่อเอ่ยถึงนาฬิกาโอเรี้ยนแล้วเราๆท่านๆก็มักจะนึกถึงนาฬิกาประเภทที่ใส่ได้ทุกวัน มีคนใช้ทุกระดับชั้น ราคาถูกมีความเชื่อถือได้ ซึ่งก็เป็นไปตามความต้องการของฝ่ายการตลาดของโอเรี้ยนในประเทศไทยที่จะเน้นให้เป็นนาฬิการะดับกลางถึงล่าง เน้นปริมาณโดยที่ไม่เน้นด้านคุณภาพเท่าไหร่ เพียงแต่ให้บอกเวลาได้เที่ยงตรงก็เพียงพอแล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าโอเรี้ยนจะมีเพียงแค่นั้น

บริษัทนาฬิกาโอเรี้ยนก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ค.ศ.1950 โดยนายโชโกโร่ โยชิดะ ซึ่งเริ่มต้นธุรกิจจากการเป็นผู้ค้าส่งนาฬิการายใหญ่ในย่านอูเอโน่ซึ่งเป็นแหล่งธุรกิจสำคัญในกรุงโตเกียวมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1901 และเนื่องจากที่เขาคลุกคลีอยู่ในวงการนาฬิกามาเป็นเวลานาน ทำให้เขามีความรู้ความชำนาญในธุรกิจนาฬิกาอยู่พอสมควร การที่เขาก่อตั้งบริษัทผลิตนาฬิกาขึ้นก็เพื่อเติมเต็มธุรกิจของเขาให้ครบทั้งวงจรตั้งแต่ผลิตจนถึงขายโดยมุ่งหวังที่จะผลิตนาฬิการะดับกลางและล่างในอันที่จะตอบสนองต่อความต้องการของประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ จนถึงบัดนี้ชื่อนาฬิกาโอเรี้ยนก็ได้เป็นที่รู้จักของคนทั้งโลกในฐานะที่เป็นนาฬิการาคาประหยัดที่เชื่อถือได้ มีรูปแบบให้เลือกมากมาย ที่เป็นเช่นนี้ได้ก็เพราะความไม่หยุดนิ่งที่จะวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อจะได้มาซึ่งความต้องการที่แท้จริงของตลาด


ตัวเรือนของนาฬิกาเรือนนี้ทำด้วยสแตนเลสสตีลคุณภาพดี ขัดเงาทั้งเรือน มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 37 มม. มีความหนา 8 มม. กระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลังทำด้วยแซฟฟายไม่แน่ใจว่ามีการเคลือบสารกันแสงสะท้อนหรือไม่ ฝาหลังเป็นแบบขันเกลียวเข้ากับตัวเรือน กันน้ำถึงระดับ 30 เมตร เม็ดมะยมทำออกมาได้สวยงามเป็นเอกลักษณ์พร้อมประทับสัญลักษณ์รูปตัวเอสของโอเรี้ยนสตาร์ไว้ ใช้งานค่อนข้างสะดวกมือเวลาหมุนไขลาน เม็ดมะยมเป็นแบบกดเข้าธรรมดาไม่ได้ขันเกลียว ขอฝาหลังแกะตัวหนังสือต่างๆพร้อมทั้งหมายเลขประจำเรือนและจำนวนการผลิตทั้งหมด 100 เรือน ขานาฬิกามีความกว้าง 20 มม. ยึดสายโดยใช้ Spring Bar ธรรมดา ด้านนอกเรียบไม่เห็นรู


หน้าปัดนาฬิกาเรือนนี้มีเพียงขอบเท่านั้น เพราะนาฬิกาเรือนนี้เป็นแบบเปลือยให้เห็นกลไกบางส่วน หน้าปัดด้านขอบเป็นสีขาวแกะลายโดยเทคนิคกิโยเช่ ตัวบอกชั่วโมงเป็นแบบขีด ระหว่างนั้นเป็นเส้นแบ่งนาที มีสะพานสองอันเชื่อมจากขอบมาสู่วงวินาทีที่บริเวณหกนาฬิกา และมีสะพานโค้งบริเวณสิบสองนาฬิกาแสดงระดับพลังงานสำรอง เข็มชั่วโมงและนาทีทำเป็นทรงบริเกต์และถูกทำให้เป็นสีฟ้า แต่สีค่อนข้างอ่อนจึงทำให้ดูหลอกตา จุดนี้น่าจะทำให้มีสีเข้มกว่านี้จะทำให้ตัวหน้าปัดดูมีความคลาสสิกมากขึ้น ส่วนเข็มวินาทีและเข็มบอกพลังงานสำรองเป็นรูปทรงดาบธรรมดาและเป็นสีฟ้าเช่นกัน

ตัวกลไกนี้เป็นรุ่น FJ 48ฺB ซึ่งผลิตจากโรงงานของโอเรี้ยนเอง และน่าจะเป็นรุ่นที่มีใช้กันอยู่ในโอเรี้ยนไขลานทั่วไป เพียงแต่มีการปัดแต่ง ชุบทอง และฉลุให้มีความสวยงามขึ้น ด้านหน้าปัดมีการขัดแต่งให้เป็นลายก้นหอย ด้านหลังปัดเป็นลายเส้นขนาน Cotes de Tokyo มีความสวยงามเมื่อโดนแสงไฟ เหลี่ยมคมต่างๆยังคงมีให้เป็นอยู่ทั่วไป ตัวกลไกเดินด้วยความถี่ 21600 ครั้งต่อชั่วโมง มีพลังงานสำรองประมาณ 50 ชม. ใช้ทับทิมทั้งหมด 23 เม็ด พร้อมระบบกันกระเทือนแบบหลายตัว คือบนจักรกรอก จักรเหล็กและจักรสาม ซึ่งดูคล้ายกับระบบ Diashock ของทางไซโก้ เมื่อดึงเม็ดมะยมออกเข็มวินาทีจะหยุดซึ่งในรุ่นเดิมๆเข็มวินาทีจะไม่หยุด หัวน๊อตต่างๆได้รับการขัดแต่งจนเงา แต่เมื่อมองลงไปในตัวกลไกจะเห็นว่าส่วนที่อยู่ลึกลงไปยังคงไม่ได้รับการขัดแต่งใดๆและดูค่อนข้างหยาบ ตัวกลไกได้รับการชุบทองทั้งหมด สีทองดูออกเข้มๆไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ โดยรวมก็ต้องถือว่าทำออกมาได้ดีพอใช้

นาฬิกาเรือนนี้มาพร้อมกับสายหนังจระเข้เนื้อดีสีดำเคลือบเงา มีความสวยงามและนุ่มใส่สบาย ดูจากคุณภาพโดยรวมอยู่ในเกรดดีพอสมควร ตัวล๊อกสายเป็นแบบหัวเข็มขัดธรรมดาทำด้วยสแตนเลสสตีล มีสัญลักษณ์รูปตัวเอสประทับอยู่ ความประณีตพอใช้เนื่องจากเมื่อพลิกดูด้านหลังจะเห็นเหมือนเม็ดผดเล็กๆอยู่ซึ่งคงจะเกิดจากการขัดแต่งที่ ยังไม่ประณีตเท่าที่ควร สายหนังมีขนาด 20 มม.ที่ติดกับตัวเรือนและ 18 มม.ที่ปลาย

คงจะคล้ายๆกับนาฬิกาโอเรี้ยนรุ่นทั่วๆไปคือไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นสำหรับตัวกล่องและเอกสาร คือกล่องด้านนอกเป็นกระดาษแข็งสีดำประทับโลโก้ตัวเอสและชื่อโอเรี้ยน สตาร์สีทองเอาไว้ ด้านในกล่องเป็นกล่องกระดาษแข็งสีดำอีกหนึ่งใบทำเป็นลายเหมือนหนังด้านในบุด้วยผ้ากำมะหยี่สีครีม มีเอกสารคู่มือการใช้ซึ่งใช้ร่วมกับนาฬิการุ่นอื่นๆเป็นกระดาษบางๆพับไปพับมาแล้วสอดอยู่ในกล่องสีฟ้าเล็กๆอีกทีหนึ่ง อีกเล่มหนึ่งเป็นสมุดเล็กๆสีเขียวเขียนเงื่อนไขการรับประกันทั้งหมด 9 ภาษา และศูนย์บริการในประเทศต่างๆทั่วโลก นาฬิกาโอเรี้ยนเรือนนี้รับประกันหนึ่งปีนับจากวันที่ซื้อ โดยรวมทำออกมาได้ค่อนข้างแย่สำหรับตัวกล่องและเอกสารแต่ก็เหมือนกับนาฬิกาญี่ปุ่นทั่วๆไป

นาฬิกาโอเรี้ยนรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ผลิตแบบจำกัดจำนวนที่ 100 เรือนในแบบตัวเรือนสตีลและอีก 100 เรือนในแบบตัวเรือนสตีลชุบทอง เปิดตัวออกสู่ตลาดช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2003 เป็นนาฬิกาโอเรี้ยนที่อยู่ในรุ่นสตาร์เท่านั้นไม่ถึงกับเป็นรุ่นรอยัล การขัดแต่งและคุณภาพการผลิตทั้งหลายจึงอยู่ในระดับปานกลาง แต่ด้วยตัวเรือนรูปลักษณ์และฟังชั่นบอกพลังงานสำรอง ทำให้นาฬิกาเรือนนี้มีความน่าสนใจอยู่พอสมควรไม่รวมถึงตัวกลไกซึ่งเป็นเครื่อง In House ที่โอเรี้ยนพัฒนาขึ้น ทำให้นาฬิกานี้มีเสน่ห์ในตัวมันเอง หากจะให้เทียบกับนาฬิกาญี่ปุ่นด้วยกันคงไม่อยู่ในระดับแกรนไซโก้แต่ก็คงไม่แพ้ไซโก้ไบรท์


WWW.ORIENT-WATCH.COM
WWW.TIMEZONE.COM
ORIENT STAR SKELETON POWER RESERVE REVIEW BY CLASSICO 2003
SIAMNALIGA.COM
