
ในช่วงกลางปี 2000 นาฬิกา Patek Philippe ได้สร้างความฮือฮาให้แก่วงการนาฬิกาของโลกด้วยการเปิดตัวนาฬิกา World Time ขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ได้เลิกผลิตนาฬิกาแบบนี้ไปตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 60 การเปิดตัวในครั้งนี้แม้จะเป็นระบบ World Time ซึ่งเคยมีมาแล้ว แต่ทาง Patek ก็ได้สร้างความแตกต่างด้วยระบบการปรับตั้งเวลาแบบใหม่ทั้งหมด ภายใต้การจดสิทธิบัตรถึงสองใบ ทำให้นาฬิกา World Time รุ่นใหม่นี้มีความแตกต่างจากรุ่นเก่าเป็นอย่างมาก และมีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย

คงไม่ต้องกล่าวอะไรมากสำหรับประวัติความเป็นมาของนาฬิกายี่ห้อ Patek Philippe นี้ เนื่องจากเป็นบริษัทผลิตนาฬิกาเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน และเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ซึ่งผลิตแต่นาฬิกาคุณภาพสูงต่อเนื่องกันมากว่า 160 ปี บริษัทแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1839 โดยนาย Antoine Norbert de Patek ได้ร่วมมือกับช่างทำนาฬิกาชื่อ Francois Czapek ตั้งเป็นบริษัท Patek, Czapek & Cie. ในช่วงนั้นมีการผลิตนาฬิกาคุณภาพสูงออกมาประมาณปีละ 200 เรือน หกปีให้หลังทาง Czapek ก็ได้แยกตัวออกไป ในปี ค.ศ.1844 นาย Patek ก็ได้พบกับช่างทำนาฬิกาอีกคนหนึ่งซึ่งก็ได้กลายมาเป็นชื่อของบริษัทมาจนถึงปัจจุบันก็คือนาย Jean-Adrien Philippe นาย Philippe นี้เป็นผู้มีพรสวรรค์ในการประดิษฐ์คิดค้นระบบต่างๆของนาฬิกา โดยได้สร้างชื่อเสียงเป็นอย่างมากให้กับบริษัท โดยได้คิดค้นระบบไขลานและตั้งเวลาของนาฬิกาโดยใช้เม็ดมะยมแทนกุญแจ และได้ผลิตนาฬิกาแบบนี้ถวายแด่พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งอังกฤษด้วย ในปี 1929 บริษัท Patek Philippe ก็ได้ถูกซื้อกิจการไปโดยครอบครับ Stern ซึ่งยังคงเป็นครอบครับที่ดำเนินกิจการของ Patek Philippe มาจนถึงทุกวันนี้

Case and Dial
นาฬิกา World Time นี้มาในตัวเรือนทองคำ 18K ขัดเงาทั้งเรือนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 37 มม. มีความหนา 9.4 มม. กระจก sapphire crystal ทรงโค้งเล็กน้อยทางด้านหน้าและแบบเรียบทางหน้าต่างด้านหลัง ฝาหลังเป็นแบบขันเกลียวแน่นกันน้ำได้ถึงระดับ 2.5 ATM หรือประมาณ 25 เมตรซึ่งเหมาะสมกับการกันน้ำในชีวิตประจำวันเท่านั้นไม่เหมาะกับการโดนน้ำนานๆ ตัวเรือนคล้ายกับแบบที่ใช้กันในรุ่น Calatrava มีบ่ากันเม็ดมะยมที่ออกแบบมาให้กลมกลืนไปกับตัวเรือนทำให้มีความสปอร์ตอยู่ในตัว เม็ดมะยมมีขนาดใหญ่ใช้งานสะดวกมีตรา Calatrava Cross ประทับอยู่ มีปุ่มกดสำหรับการปรับเปลี่ยน Time Zone อยู่บริเวณขอบตัวเรือนด้านสิบนาฬิกา ช่องระหว่างขานาฬิกามีความกว้าง 20 มม. หน้าปัดตรงกลางแกะลาย Guilloche เป็นสีขาวครีม เข็มชั่วโมงและนาทีเป็นทรง Lozenge ทำด้วยวัสดุแบบเดียวกับตัวเรือน มีขีดแบ่งช่องชั่วโมงแบบ Batons ส่วนบริเวณใต้หกนาฬิกาจะเขียนคำว่า Swiss Made อยู่ ซึ่งบางเรือนจะเขียนเฉพาะ Swiss เท่านั้น ยังไม่ทราบว่ามีข้อแตกต่างกันอย่างไร ถัดออกไปเป็นช่องแสดงเวลา 24 ชั่วโมงแบ่งเป็นกลางวันสีเทาอ่อนส่วนกลางคืนเป็นสีน้ำเงินเข้มเกือบดำ เวลาเที่ยงคืนแทนด้วยสัญลักษณ์รูปพระจันทร์เสี้ยว เที่ยงวันแทนด้วยรูปพระอาทิตย์ ขอบด้านนอกสุดจะเป็นชื่อเมืองสำคัญที่เป็นตัวแทนของ 24 Time Zone ของโลก เป็นที่น่าภูมิใจที่มีชื่อกรุงเทพรวมอยู่ในชื่อเมืองสำคัญนั้นด้วย ใต้ชื่อเมืองต่างๆ มีเครื่องหมายรูปสามเหลี่ยมเพื่อช่วยให้การดูเวลาง่ายขึ้น ในขณะที่เขียนรีวิวนี้มีการคุยกันว่าชื่อเมือง Hong Kong อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็น Shanghai ในไม่ช้า เนื่องจากเมือง Shanghai เริ่มมีความสำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และนาฬิกา World Time ส่วนใหญ่ของ Patek ในอดีตก็มีเมือง Shanghai ปรากฏอยู่
ระบบการทำงานในนาฬิการุ่นนี้ใช้กลไกระบบออโตเมติกรุ่น 240/188 ซึ่งมีพื้นฐานมาจากรุ่น 240 ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1977 ซึ่งในยุคนั้นเป็นยุคที่มีการแข่งขันกันในการผลิตกลไกระบบออโตเมติกที่มีความบาง เมื่อประกอบเข้ากับระบบ World Time จะมีความหนาของกลไกทั้งหมดเพียง 3.88 มม. ตัวกลไกมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 27.5 มม. มีทับทิมทั้งหมด 33 เม็ด จักรกรอกเป็นแบบ Gyromax ที่ทาง Patek เป็นคนคิดค้นขึ้น เดินด้วยความถี่ 21600 ครั้งต่อชั่วโมง มีส่วนประกอบทั้งหมด 239 ชิ้น มีพลังงานสำรองสูงสุด 48 ชั่วโมง ตัวกลไกได้รับการตบแต่งอย่างสวยงามจนได้รับตราเครื่องหมาย Geneva Seal ระบบขึ้นลานอัตโนมัติด้วย Minirotor ซึ่งผลิตจากทองคำ 22k เพื่อการขึ้นลานที่มีประสิทธิภาพ ขึ้นลานแบบทางเดียวทวนเข็มนาฬิกา การใช้ Minirotor นี้ก็เพื่อรักษาความบางของตัวกลไกเอาไว้ แม้ว่าตัวกลไกพื้นฐานนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นมานานแล้วแต่ก็ยังคงมีการใช้งานอยู่ในปัจจุบันไม่แต่เฉพาะในรุ่น World Time นี้เท่านั้น ทำให้ในด้านคุณภาพของตัวกลไกมีความน่าเชื่อถือที่ดีเยี่ยม
ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วว่านาฬิกาในระบบ World Time รุ่นใหม่ของ Patek นี้ ไม่ได้เลียนแบบกลไกการทำงานแบบเดิม แต่ใช้ระบบการตั้งเวลาโดยใช้ปุ่มกดบริเวณสิบนาฬิกาและระบบการเชื่อมต่อของระบบบอกเวลาท้องถิ่นกับระบบบอกเวลา World Time แบบใหม่ โดยที่ทาง Patek ได้ใช้เวลาในการวิจัยพัฒนาระบบนี้ถึง 4 ปี เมื่อกดปุ่มบริเวณสิบนาฬิกา เข็มชั่วโมงจะเดินหน้าไปหนึ่งชั่วโมง วงแหวงที่บอกเวลา 24 ชั่วโมงก็จะขยับเดินหน้าไปหนึ่งชั่วโมงพร้อมๆกับชื่อเมืองต่างๆก็จะขยับทวนเข็มนาฬิกาไปหนึ่ง Time zone ทั้งสามสิ่งจะขยับพร้อมกันในการกดเพียงหนึ่งครั้งโดยที่การปรับตั้งนี้ จะไม่ไปกระทบกับการเดินของเข็มนาที เพราะมีระบบเชื่อมต่อพิเศษที่จะแยกการทำงานของเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีออกจากกันเวลาปุ่มถูกกด เข็มชั่วโมงและนาทีบนหน้าปัดจะแสดงเวลาท้องถิ่นซึ่งจะเป็นเวลาของเมืองที่อยู่บริเวณสิบสองนาฬิกาด้วย เมื่อเราอยู่ที่ประเทศไทย เราก็เพียงกดปุ่มให้ชื่อ Bangkok มาอยู่ในตำแหน่งสิบสองนาฬิกา หลังจากนั้นจึงใช้เม็ดมะยมในการปรับตั้งเวลาให้ถูกต้องโดยดูจากวงแหวน 24 ชั่วโมงเพื่อให้ทราบว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืนด้วย หลังจากนั้นหากเราต้องเดินทางไปยังต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศไหน เพียงกดปุ่มให้ชื่อเมืองนั้นๆมาอยู่บริเวณสิบสองนาฬิกาเวลาทุกอย่างก็จะได้รับการปรับตั้งโดยอัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องรู้เลยว่าประเทศนั้นมีเวลาห่างจากประเทศไทยกี่ชั่วโมง
สายของนาฬิกาเรือนนี้เป็นสายหนังจระเข้สีดำแบบเงา ตัดเย็บประณีตพอสมควร สายหนังของ Patek แต่ไหนแต่ไรมาก็มีชื่อเสียงไม่ค่อยดีเนื่องจากไม่ค่อยมีความคงทนต่อเหงื่อและการใช้งานเท่าไหร่ และราคาก็ค่อนข้างสูง ตัวล๊อกสายเป็นแบบ Folding clasp ใช้งานสะดวกทำด้วยทอง18K วัสดุเดียวกับตัวเรือน มีตราสัญลักษณ์ Calatrava Cross อยู่บนที่ล๊อกสาย เวลาจะถอดสายให้แกะออกโดยดึงบริเวณตรา Cross ส่วนเวลาจะใส่เข้าต้องกดบริเวณใต้ตรา Cross เพื่อให้ตัวล๊อกสายเลื่อนเข้าที่เพราะถ้ากดบริเวณ Cross โดยตรงจะกดไม่เข้า
กล่องด้านนอกทำด้วยกระดาษแข็งสีแดงเข้มพิมพ์ลายสวยงามพอสมควร กล่องด้านในทำด้วยไม้เคลือบแล๊กเกอร์อย่างดี มีความแข็งแรงสวยงาม ด้านในของกล่องบุด้วยหนังเนื้อเนียนสีครีม มีหมอนอยู่ตรงกลางสำหรับไว้คาดนาฬิกา หนังสีครีมที่บุอยู่ด้านในเมื่อผ่านไปสักช่วงระยะเวลาหนึ่งจะเริ่มเสื่อมสภาพโดยลอกออกเป็นแผ่นๆ หากต้องการใช้กล่องต้องนำไปบุใหม่ น่าแปลกที่นาฬิการะดับนี้แต่หนังที่บุด้านในกล่องกลับไม่ทนทาน ส่วนเอกสารประกอบทั้งหมดอยู่ในซองหนังสีน้ำตาลแดง มีเอกสารเกี่ยวกับการใช้งานอย่างละเอียดของนาฬิการุ่นนี้โดยเฉพาะมีใบ Certificate of Origin เอกสารเกี่ยวกับชื่อตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการของ Patek ทั่วโลก โดยรวมทำออกมาได้ดีพอสมควร
นาฬิกาเรือนนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นนาฬิกาที่แฟนๆ Patek รอคอย หลังจากที่ได้เลิกผลิตนาฬิกาแบบนี้ไปตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 60 ในความเห็นส่วนตัวนาฬิกา World Time Ref.5110 นี้เป็นนาฬิกาที่ทำออกมาได้สวยลงตัว ไม่ใช่คลาสสิกหรือสปอร์ตจนเกินไป การใช้งานโดยรวมสะดวกและง่ายดาย มีความหนาพอเหมาะเมื่อเทียบกับขนาดตัวเรือน ในส่วนของตัวกลไกก็เป็นตัวคลาสสิกของ Patek ที่มีใช้อยู่ในหลายๆ รุ่นแม้แต่รุ่น Sky Moon ตัวพับล๊อกสายก็ทำได้ดีมากใช้งานสะดวก ส่วนในด้านข้อเสียก็จะมีในเรื่องเข็มบอกเวลาหลักมีขนาดเล็กดูเวลายาก ไม่มีเข็มวินาทีแและวันที่ และไม่สามารถใช้บอกเวลาในประเทศที่มี DST (Daylight-Saving Time) ซึ่งจะมีการปรับเวลาในประเทศให้เร็วขึ้นหรือช้าลงในบางช่วงเวลาของปี ในส่วนของปุ่มกดปรับเวลาต้องออกแรงกดพอสมควร และต้องกดด้วยความระมัดระวังเพื่อป้องกันความเสียหาย ข้อเสียต่างๆที่กล่าวมานี้ส่วนใหญ่จะเป็นข้อเสียในด้าน Function แต่ทางด้านความงามและความลงตัวนั้นไม่มีที่ติ
1. WWW.PATEK.COM
2. WWW.THEPURIST.COM
3. WWW.TIMEZONE.COM
4. WWW.ANTIQUORUM.COM
5. WRIST WATCH ANNUAL
6. WATCH TIME MAGAZINE
7. PATEK PHILIPPE CATALOGUE
8. WWW.SIAMNALIGA.COM
PATEK PHILIPPE WORLD TIME REF.5110 REVIEW BY CLASSICO
SIAMNALIGA.COM