Tudor Prince Submariner

Review by Classico

Photo by Woods

Tudor Oyster Prince Submariner

ต้นกำเนิดของนาฬิกาทิวดอร์เกิดมาจากความคิดที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลของ Han Wildof ผู้ให้กำเนิดนาฬิกาโรเล็กซ์ที่โด่งดังไปทั่วโลก เขามีความคิดว่านาฬิกาโรเล็กซ์ซึ่งในขณะนั้นเป็นช่วงที่มีชื่อเสียงโด่งดังแล้ว ผู้ที่มีรายได้ปานกลางถึงต่ำไม่มีโอกาสจะได้เป็นเจ้าของนาฬิกาออโตเมติกกันน้ำที่มีประสิทธิภาพ เขาจึงได้เริ่มต้นผลิตนาฬิกาซึ่งมีคุณลักษณะใกล้เคียงกับโรเล็กซ์คือมีระบบการกันน้ำที่เป็นยอด แบรนทิวดอร์จึงถือกำเนิดขึ้นในปี 1945 โดยที่ตัวเรือนของนาฬิกาทิวดอร์จะเป็นแบบเดียวกับโรเล็กซ์ เพียงแต่ว่าตัวกลไกที่ใช้จะด้อยกว่าโรเล็กซ์ ทำไมจึงชื่อทิวดอร์ เพราะว่าวิวดอร์ฟมีความต้องการที่จะใช้ชื่อนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่ราชวงศ์ทิวดอร์ของอังกฤษที่เคยครอบครอง สหราชอาณาจักรในอดีตนั่นเอง

ตัวเรือนและหน้าปัด

ตัวเรือนเป็นเอกลักษณ์ของโรเล็กซ์เลยคือว่าผลิตมาจากแท่งสแตนเลสสตีลทั้งก้อนแล้วค่อยมาคว้านตรงกลางออกเป็นตัวเรือนที่เรียกว่า Oyster เพื่อความแข็งแกร่งทนทาน เป็นสแตนเลสชนิด 316L ไม่ใช่ 904 ซึ่งใช้ในนาฬิกาโรเล็กซ์ที่มีราคาแพงกว่าและทนต่อการกัดกร่อนมากกว่า เม็ดมะยมเป็นของโรเล็กซ์เช่นกันมีตรามงกุฎประทับอยู่ ใช้ระบบกันน้ำที่เม็ดมะยมเช่นเดียวกับโรเล็กซ์คือเป็นแบบขันเกลียวเข้าหาตัวเรือน ตัวเรือนโดยทั่วไปมีลักษณะเช่นเดียวกับรุ่นซับมารีนเนอร์ของโรเล็กซ์ ขอบตัวเรือนเป็นแบบหมุนได้สองทิศทางสำหรับการคำนวนเวลาดำน้ำ ที่ตำแหน่งสิบสองนาฬิกามีปุ่มวงกลมภายในบรรจุสารเรืองแสงอยู่ฝาหลังเป็นแบบขันเกลียวเข้าหาตัวเรือนเช่นกัน กันน้ำได้ถึงระดับ 200 เมตร นาฬิกาเรือนนี้มี Ref.No. 9411

ส่วนของหน้าปัดทำให้แตกต่างจากของโรเล็กซ์คือตำแหน่งบอกเวลาทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมแทนวงกลม ทั้งหมดเคลือบสารเรืองแสง เข็มบอกเวลาเป็นรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์คล้ายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนวางอยู่บนเข็ม ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของ Marine Nationalitaire หน้าปัดยังคงความสมบูรณ์แบบเดิมไว้ไม่ได้ผ่านการซ่อมแซม กระจกด้านหน้าทำด้วยเซลูลอยด์ แบบนาฬิกาโรเล็กซ์ในยุคนั้น

สายที่มากับนาฬิกาเรือนนี้เป็นสายที่เรียกว่า Nato ซึ่งเข้ากับตัวนาฬิกาเป็นอย่างยิ่งแม้ว่าแต่เดิมสายจะเป็นสายเหล็กก็ตาม

ในส่วนของการตรวจสอบอายุของทิวดอร์นั้นเท่าที่ได้สืบเสาะมาปรากฎว่าทางโรเล็กซ์มิได้เก็บเร็คคอร์ดไว้เหมือนกับโรเล็กซ์ แต่ก็พอจะดูได้คร่าวๆจากรหัสที่พิมพ์ไว้ที่ฝาหลังด้านใน ยกตัวอย่างเช่น I/77 คือนาฬิกาที่ผลิตในไตรมาสแรกของปี 1977 หรือ II/88 คือนาฬิกาที่ผลิตในไตรมาสที่สองของปี 1988 เป็นต้น ยังมีนาฬิกาบางเรือนที่มีพิมพ์ตัวเลขสามหลักหน้าซีเรียลนับเบอร์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เป็นรหัสว่านาฬิกาเรือนนั้นๆได้ถูกส่งไปขายยังประเทศใดบ้าง ยกเว้นสหรัฐอเมริกา ดังนี้

010 สวิสเซอร์แลนด์ 100 เยอรมันนี 110 ฝรั่งเศส

120 ออสเตรีย 130 เบลเยี่ยม 138 เนเธอแลนด์

150 สเปน 160 อังกฤษ 265 สวีเดน

283 ฟินแลนด์ 400 ฮ่องกง 413 เกาหลี

430 สิงค์โปร์ 440 ไต้หวัน 700 แคนนาดา

720 แมกซิโก 741 บาฮามาส 752 จาไมก้า

768 ปานามา 810 ออสเตเลีย 900 ญี่ปุ่น

กลไก

กลไกของทิวดอร์ส่วนใหญ่ที่ใช้จะเป็นกลไกจาก ETA เป็นหลัก ด้วยวัตถุประสงค์คือต้องการให้นาฬิกามีราคาถูกที่สุดในระดับคุณภาพที่ดีที่สุด กลไกนี้เป็นอีทีเอรุ่น 2776 มีทับทิมทั้งหมด 25 เม็ด เดินด้วยความถี่ 28800 ครั้งต่อชั่วโมง ระบบกันกระเทือนด้วย Kif ตบแต่งด้วยลาย Cotes de Geneva บนโรเตอร์ โดยรวมแล้วตัวกลไกตบแต่งแบบมาตรฐานอีทีเอทั่วไป แต่ด้วยอายุขนาดนี้แต่ยังเดินได้ด้วยความเที่ยงตรงก็ต้องนับว่าเครื่องอีทีเอมีความคงทนมากทีเดียว

ภาพจาก Joseph-watches.com

บทสรุป

นาฬิกาเรือนนี้ถือได้ว่าเป็นนาฬิกาตระกูลโรเล็กซ์วินเทจที่มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์หน้าปัดเดิมๆสารเรืองแสงมีความเก่าเป็นธรรมชาติดูแล้วเกิดความซึ้ง การออกแบบโดยรวมแม้ว่าจะเรียนแบบมาจากโรเล็กซ์แต่ก็ถือได้ว่าเป็นผู้ผลิตรายเดียวกัน ตัวเรือนมีความคลาสสิกไม่มีวันหมดยุค กลไกยังมีความสมบูรณ์เดินได้อย่างเที่ยงตรงแม้ว่าระยะเวลาจะผ่านมามากกว่า 20 ปีแล้วก็ตาม

ต้องขอขอบคุณพี่ธนาเป็นอย่างสูงที่มีความประสงค์จะช่วยเหลือในด้านค่าใช้จ่ายของบอร์ดสยามนาฬิกาโดยพี่ธนาได้บริจาคนาฬิกาเรือนนี้เพื่อให้มีการขายบัตรเพื่อจับสลากโดยไม่หักค่าใช้จ่าย

แหล่งข้อมูลที่สำคัญ

1. พี่ธนา

2. อ.ทอมมี่

3. www.timezone.com

4. The Best of Times: Rolex Wristwatches: An Unauthorized History

5. www.joseph-watches.com

ภาพโดยคุณ Woods

TUDOR OYSTER PRINCE SUBMARINER REVIEW BY CLASSICO