The man behind the IWC’s success

คุณรู้หรือไม่ว่านาย Kurt Klaus คือใคร เขามีความสำคัญอย่างไร ทำไมผมถึงอยากเขียนเรื่องราวของเขา ก็เพราะว่าเขาเป็นอัจฉริยะบุคคลอีกผู้หนึ่งซึ่งได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับ IWC มากว่าสี่สิบปีในการพัฒนากลไกต่างๆให้กับ IWC จนมีชื่อเสียงมาจวบจนปัจจุบัน แม้ว่าในตอนนี้โดยทางการแล้วเขาเป็นลูกจ้างคนหนึ่งที่เกษียณอายุแล้วแต่เขาก็ยังคงแวะเวียนอยู่ที่ IWC เสมือนหนึ่งเมื่อครั้งที่เขายังคงทำงานอยู่ไม่ผิดเพี้ยน

ย้อนกลับไปเมื่อทศวรรษที่หกสิบ เมฆดำแห่งพายุได้เริ่มตั้งเค้ามาเมื่อยุคสมัยแห่งความรุ่งเรืองของนาฬิกาจักรกลกำลังจะถูกกระแสของโลกยุคใหม่ของนาฬิกาควอตซ์เข้าทดแทน ไม่มีใครคิดว่านาฬิกาจักรกลจะสามารถต่อกรกับนาฬิกาที่ใช้ถ่านเป็นพลังงานได้ไม่ว่าจะในด้านความเที่ยงตรงหรือด้านราคาค่างวดก็ตาม อุตสาหกรรมนาฬิกาในสวิสเซอร์แลนด์ใกล้จะถึงกาลสิ้นสุดแล้วหรือ Klaus เล่าว่าเขาทำงานเพียงสี่วันในหนึ่งสัปดาห์ที่ IWC เขาคิดว่าความอยู่รอดเดียวของนาฬิกาจักรกลคือการที่จะต้องเพิ่มความซับซ้อนให้กับนาฬิกาจักรกลโดยต้องคำนึงถึงเรื่องราคาเป็นที่ตั้งด้วย ในขณะนั้น IWC ผลิตแต่เฉพาะนาฬิกาจักรกลที่แสดงเพียงเวลา หรืออย่างมากก็เพียงแค่เพิ่มช่องวันที่เข้าไปเท่านั้น เขาจึงคิดว่าจะต้องทำนาฬิกาที่มีการแสดงวันที่ วัน เดือน และที่สำคัญคือการแสดงข้างขึ้นข้างแรม เริ่มแรกนาฬิกานี่เป็นเพียงนาฬิกาแสดงเวลาและปฏิทินธรรมดา (full calendar) ไม่ใช่ปฏิทินถาวรแต่อย่างใด นาฬิการุ่นนี้ได้รับการตอบรับดีพอสมควรยิ่งทำให้เขายิ่งมั่นใจว่านาฬิกาจักรกลจะยังคงแทรกอยู่ในความต้องการของลูกค้าได้ถ้ามีความซับซ้อนในการแสดงค่า

ความนิยมในนาฬิกาพกเริ่มหมดไป ความต้องการนาฬิกาข้อมือเข้ามาแทนที่ Klaus คิดว่าสำหรับนาฬิกาข้อมือ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีอะไรใหม่ ปฏิทินถาวรนั่นเองที่เป็นคำตอบ ซึ่งเขาก็มีประสบการณ์กับการทำระบบปฏิทินมาแล้วซึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องไม่ยาก ในขณะนั้นระบบปฏิทินถาวรในนาฬิกาข้อมือไม่ใช่เรื่องใหม่ มีนาฬิกาแบบนี้ในตลาดมากมาย สิ่งที่ Klaus คิดถึงคือทำอย่างไรจึงจะลดความยุ่งยากในการปรับตั้งนาฬิการะบบปฏิทินถาวรนี้โดยการกำจัดปุ่มปรับที่มีอยู่สามหรือสี่ปุ่มที่อยู่รอบๆนาฬิกาออกไปได้ นั่นเป็นสิ่งที่ตัวเขาเองไม่ชอบเมื่อต้องเก็บนาฬิการะบบปฏิทินถาวรที่เขามีอยู่และเมื่อจะนำกลับมาใส่ใหม่จะต้องหาตัวกดมากดเพื่อตั้งวันที่ให้ตรงกับความเป็นจริง ความใฝ่ฝันของเขานี้ใช้เวลาอยู่เกือบสี่ปี ทุกอย่างโดยตัวเขาเพียงคนเดียวพร้อมกับกระดาษ ดินสอ และเครื่องคำนวณธรรมดาๆ เขาทำส่วนประกอบต้นแบบต่างๆด้วยตัวขอเขาเองโดยปราศจากความช่วยเหลือใดๆของคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมการออกแบบสมัยใหม่

การที่จะคิดค้นกลไกบอกเวลาขึ้นใหม่เพื่อใช้กับส่วนกลไกปฏิทินถาวรของเขาจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการพัฒนา การหันไปใช้กลไกออโตเมติกที่มีอยู่แล้วน่าจะเป็นความคิดที่ดีกว่าในสถานการณ์แบบนี้ กลไกออโตเมติกของ IWC เองก็มีแต่มีความหนามากจนไม่เหมาะสมที่จะนำมาประกบเข้ากับส่วนกลไกปฏิทินถาวรเข้าไปอีก กลไกที่เขามองในครั้งแรกคือ Jaeger-LeCoultre 889 แต่ประธานบริษัท IWC ในขณะนั้นต้องการให้ Klaus ทำมากกว่าที่เขาคิดไว้ สิ่งที่เขาต้องการก็คือให้ Klaus ทำนาฬิกาที่มีกลไกปฏิทินถาวรและโครโนกราฟในเรือนเดียวกัน Klaus จึงคิดว่าเขาควรจะเริ่มจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่ทำให้มันเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ในที่สุดส่วนของปฏิทินถาวรก็สำเร็จเป็นรูปเป็นร่างในต้นปี 1985 พร้อมกับกลไก Valjoux 7750 ซึ่งเป็นกลไกโครโนกราฟที่ Klaus เลือกที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนกลไกปฏิทินถาวรของเขา

เวลาตีห้าของเช้าวันหนึ่งในเดือนเมษายนปี 1985 นาฬิกา Da Vinci สามเรือนแรกของโลกก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้น เย็นวันนั้น Klaus ขับรถเข้าไปในตัวเมืองเพื่อไปเร่งร้านที่รับทำจานที่แสดงปีของนาฬิกาของเขา เมื่อถึงที่ร้านเขายังคงต้องรอคอยจานแสดงปีเพราะว่าตัวเลขที่พิมพ์ไว้ยังคงไม่ได้ที่และยังคงอยู่ในเตาอบกว่าจะเสร็จก็ห้าทุ่มเข้าไปแล้ว และแล้วตีห้าของวันรุ่งขึ้นนาฬิกา Da Vinci สามเรือนแรกก็สำเร็จเสร็จสิ้น ทันเวลาพอดีกับการเปิดงาน Basel Fair วันแรกในช่วงเช้าของวันนั้นเอง นาฬิกาขอเขาได้สร้างความฮือฮาอย่างมากเนื่องจากนาฬิกาโครโนกราฟที่เป็นระบบปฏิทินถาวรในรูปแบบนาฬิกาข้อมือยังไม่มีใครทำ แถมยังมีราคาถูกว่าคู่แข่งที่ผลิตนาฬิกาปฏิทินถาวรในระดับเดียวกันกว่าครึ่ง สัญญาณแห่งความสดใสหลังพายุที่โหมกระหน่ำได้เริ่มฉายแววของนาฬิกาจักรกลอีกครั้ง

ความพิเศษของนาฬิกาเรือนนี้นอกจากการรวมเอาความซับซ้อนของระบบจับเวลาเข้ากับระบบปฏิทินถาวรแล้ว ระบบการปรับตั้งยังเป็นระบบที่คิดค้นขึ้นใหม่ทั้งหมดโดย Kurt Klaus เมื่อต้องการปรับระบบปฏิทินก็เพียงแต่หมุนที่เม็ดมะยมเพียงตัวเดียว ระบบการบอกวัน วันที่ เดือน ข้างขึ้นข้างแรม หรือแม้กระทั่งปีจะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันโดยที่ทางผู้ปรับตั้งไม่มีความจำเป็นต้องทราบว่า ณ วันที่หนึ่งๆพระจันทร์จะอยู่ในตำแหน่งใด หรือเป็นวันใดของสัปดาห์ เพียงหมุนปรับเม็ดมะยมไปยังวันที่ของเดือนที่ต้องการ วัน พระจันทร์ ก็จะอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องโดยอัตโนมัติ เป็นการปฏิวัติระบบนาฬิกาปฏิทินถาวรเลยทีเดียว

พร้อมกันนี้ระบบบอกข้างขึ้นข้างแรมยังได้รับการพัฒนาให้มีความเที่ยงตรงแม่นยำโดยที่มีความคลาดเคลื่อนไปเพียงหนึ่งวันในรอบ 122 ปี ในส่วนของนาฬิการุ่น Portuguese Perpetual Calendar ที่เพิ่งพัฒนาสู่ตลาดในปี 2003 นั้นระบบบอกข้างขึ้นข้างแรมได้รับการพัฒนาใหม่ให้มีความเที่ยงตรงโดยมีความคลาดเคลื่อนเพียงหนึ่งวันในรอบ 577 ปี ส่วนข้อเสียของระบบปฏิทินนี้คือไม่สามารถที่จะปรับวันที่ย้อนหลังได้เนื่องจากระบบบอกปฏิทินทุกตัวได้ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันทั้งหมด และผู้ที่จะถอดและประกอบตัวกลไกนี้จะต้องมีความรู้ในตัวกลไกพอสมควรเพื่อให้ประกอบได้อย่างถูกต้องเพราะจะต้องวางเฟืองระบบปฏิทินทั้งหมดให้แสดงวันที่ได้อย่างถูกต้องเนื่องจากเมื่อประกอบกลไกทั้งหมดแล้วจะไม่สามารถปรับระบบปฏิทินตัวใดตัวหนึ่งแยกต่างหากได้

นอกจากด้านในซึ่งเป็นตัวกลไกแล้ว ตัวเรือนนาฬิกาก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่อดจะกล่าวถึงไม่ได้ ผู้ซึ่งออกแบบตัวเรือนนาฬิกา Da Vinci ก็คือ Hano Burtscher ตัวเรือนที่เป็นชั้นๆได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพ สเก็ตรูปป้อมปราการของ Leonardo Da Vinci นั่นเอง ตัวเรือนมีขนาด 39 มม. หนา 14.3 มม.

นาฬิกา Da Vinci แม้ว่าจะมีพื้นฐานมากจากกลไกโครโนกราฟชื่อคุ้นหูแต่ก็มิได้เป็นแบบเดียวกับที่มีใช้อยู่ในนาฬิกาทั่วไป ทาง IWC ได้นำมาปรับแต่งให้ดีขึ้นจนเกือบจำไม่ได้ ตัวกลไกเดินด้วยความถี่ 28800 ครั้งต่อชั่วโมงมีทับทิมกันการสึกหรอ 39 เม็ดตัวเรือนมีฝาหลังทึบ กันน้ำถึงระดับ 30 เมตรซึ่งก็เหมาะสมกับการเปียกน้ำที่ไม่มากนัก นาฬิกาทุกเรือนจะมาพร้อมกับหลอดแก้วที่บรรจุแถบแสดงศตวรรษและสหัสวรรษเพื่อใช้เปลี่ยนเมื่อถึงปี ค.ศ.2200 และนาฬิกาเรือนนี้จะสามารถใช้งานได้ถึงปี ค.ศ. 2499 หน้าปัดนาฬิกาแสดงข้างขึ้นข้างแรมและส่วนของจับเวลาเป็นนาทีบริเวณสิบสองนาฬิกา แสดงวันที่ที่สามนาฬิกา แสดงวันและเข็มวินาทีที่เก้านาฬิกา แสดงเดือนและส่วนจับเวลาเป็นชั่วโมงที่หกนาฬิกา และที่ไม่เหมือนนาฬิการะบบปฏิทินทั่วไปคือการแสดงปีเป็นตัวเลขสี่หลักบริเวณเจ็ดถึงแปดนาฬิกา

สายนาฬิกาเชื่อมกับขาตัวเรือนแบบขยับไปมาได้มีเอกลักษณ์ ดูเป็นนาฬิกาแบบโบราณๆนิดๆ ปุ่มกดจับเวลาค่อนข้างแข็งแบบเครื่อง Valjoux ทั่วไป เม็ดมะยมเป็นแบบขันเกลียว เมื่อดึงออกมาหนึ่งขั้นจะเป็นการตั้งระบบปฏิทินเมื่อหมุนก็จะขยับไปครั้งละหนึ่งวัน เมื่อดึงเม็ดมะยมสุดจะเป็นการตั้งเวลา จุดประสงค์ของเม็ดมะยมที่ขันเกลียวไม่ใช่เพื่อป้องกันน้ำเข้าแต่เป็นการป้องกันการปรับตั้งวันที่โดยไม่ได้ตั้งใจมากกว่า เข็มและขีดบอกเวลามีสารเรืองแสงเคลือบอยู่แต่ไม่มาก

ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วว่านาฬิกานี้ออกแบบมาให้สามารถบอกเวลาและปฏิทินได้ถึงห้าร้อยปี ดังนั้นจึงอยากจะขอกล่าวถึงระบบปฏิทินที่คิดค้นขึ้นจากการคำนวณทางดาราศาสตร์ที่ใช้กันเป็นมาตรฐานมาถึงทุกวันนี้ของพระสันตะปาปา เกกอรี่ที่สิบสามไว้โดยสังเขป เนื่องจากโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์โดยใช้เวลา 365.242192 วัน ทำให้การเพิ่มหรือลดวันในเวลาที่กำหนดไว้จะทำให้เกิดการเพิ่มหรือลดเวลาที่มากเกินไปเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องมีข้อยกเว้นต่างๆเพื่อให้เวลาทางปฏิทินดำเนินไปพร้อมๆกับการเคลื่อนที่ของโลกอย่างมีเอกภาพ ดังที่ได้ทราบเป็นการทั่วไปว่าทุกๆสี่ปีจะมีวันเพิ่มขึ้นมาหนึ่งวัน นั่นก็คือปีอธิกสุรทิน วันที่ 29 กุมภาพันธ์ ในการเพิ่มนี้จะทำให้วันที่มากเกินไปเล็กน้อย ทำให้ทุกร้อยปีวันที่ 29 กุมภาพันธ์จะถูกยกเลิก แม้จะเป็นปีอธิกสุรทินก็ตาม การตัดทอนนี้จะเป็นการตัดที่มากเกินไปเล็กน้อยทำให้ทุกสี่ร้อยปี แม้จะเป็นรอบครบร้อยปีแต่เมื่อหารด้วย 400 ลงตัววันที่ 29 กุมภาพันธ์ก็จะไม่ถูกยกเลิกตัวอย่างนี้คือในปี 2000 ที่ผ่านมาแม้จะเป็นช่วงเวลาที่ครบรอบร้อยปีแต่เนื่องจากหารด้วย 400 ลงตัวทำให้ยังคงมีวันที่ 29 กุมภาพันธ์อยู่เป็นปกติ แม้การปรับเกลี่ยเวลานี้จะค่อนข้างละเอียดถี่ถ้วนแล้วแต่การคงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ไว้ทุกสี่ร้อยปีจะทำให้เวลาเกินไปทำให้ในทุก 4000 ปีแม้จะหารด้วยสี่ร้อยลงตัวแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์จะถูกตัดทิ้งไป สรุปให้สั้นก็คือ

ทุกสี่ปีมีวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ตัวอย่างคือ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2547

ทุกร้อยปี ไม่มีวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ตัวอย่างคือ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2643

ทุกสี่ร้อยปี มีวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ตัวอย่างคือ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2543

ทุกสี่พันปี ไม่มีวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ตัวอย่างคือ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 4543

หากนาฬิการะบบปฏิทินถาวรจะผลิตให้สามารถปรับเวลาตามระบบปฏิทินของท่านสันตะปาปาเกกอรี่คงต้องใช้เฟืองจำนวนมหาศาลและการคำนวณที่สลับซับซ้อนดังนั้นระบบปฏิทินถาวรในนาฬิกาเกือบทั้งหมดเมื่อถึงเวลาที่จะต้องมีข้อยกเว้นทางปฏิทินก็จะต้องส่งนาฬิกาไปให้ช่างปรับแต่ง ลองจินตนาการในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2100 จะเกิดความโกลาหลขนาดไหนในการที่นาฬิการะบบปฏิทินถาวรทั่วโลกที่จะต้องวิ่งเข้าหาศูนย์บริการเพื่อปรับวันที่ 29 กุมภาพันธ์ให้เป็นวันที่ 1 มีนาคมแทน

เมื่อวันเวลาผ่านไป ความทันสมัยเข้ามาแทนสิ่งที่มาก่อนเสมอ แม้บางครั้งคนเราจะใฝ่หาแต่สิ่งที่ทันสมัย แต่ความมีคุณค่าของสิ่งที่เกิดมาก่อนบางครั้งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังคงเป็นสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิต ความสลับซับซ้อนบางครั้งก็แฝงไว้ได้เสน่ห์ที่ยากจะอธิบายให้แจ่มชัดได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ การทำงานของนาฬิกาที่บอกเวลาก็เฉกเช่นเดียวกันที่บางครั้งการเฟืองเพียงไม่กี่ตัวก็สามารถอธิบายความหมายที่ลึกซึ้งได้มากมาย

www.iwc.ch

www.thepurists.com

Grande Complication Book by IWC

Reviewed by Classico, Siamnaliga 2004